เจ้าพระยานิกรบดินทร์ มหินทรมหากัลยาณมิตร (โต)
สมุหนายกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
สมัยรัชกาลที่ 4 ได้มีจิตศรัทธาสร้างวัดสมุหประดิษฐารามขึ้น
ถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงพัฒนากำลังคนเพื่อให้เข้ามารับราชการตามกระทรวงต่าง ๆ นั่น คือ การจัดตั้งโรงเรียนระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ พ.ศ.2427 เป็นต้นมา
คือ โรงเรียนสำหรับสามัญชน สถาบันระดับอุดมศึกษา ทรงจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการพลเรือน (พ.ศ.2442) โรงเรียนมหาดเล็กหลวง (พ.ศ.2445)
และโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2453) เรื่อง“ย้าย โรงเรียนที่วัดสัตะนารถไปที่วัดสมุหประดิษฐ์
และเรื่องปฏิสังขรณ์ วัดสมุหประดิษฐ์ด้วย (19 เมษายน – 18 มีนาคม ร.ศ.118 พ.ศ.2443)” รายละเอียดเลือนมากจับใจความไม่ได้
ในบันทึกของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพที่ 292 ลงวันที่ 22 ตุลาคม ร.ศ.118 (2443) แจ้งว่าพระยาพิไชยรณรงค์สงครามขอเงิน 400 บาท สำหรับทำห้องเรียน
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภัทรายุวดี หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบีเอตริศภัทรายุวดี
เป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ 19 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาแสง โดยพระนาม “บีเอตริศภัทรายุวดี” ทรงตั้งตามเจ้าหญิงเบียทริซ
พระราชธิดาในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร
หนังสือกระทรวงธรรมการที่ 45/1557 ลงวันที่ 13 มิถุนายน ร.ศ.126 (พ.ศ.2451) มีความตอนหนึ่งว่า
“ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าภัทรายุวดี ได้พระราชทานเงิน 2,136 บาท
ให้กระทรวงธรรมการมอบให้พระยาพิไชยรณรงค์สงครามปฏิสังขรณ์ วัดสมุหประดิษฐาราม
ต่อมาพระองค์ประสงค์จะให้มีโรงเรียนหนังสือไทยขึ้นในวัดนี้อีก พระยาพิไชยรณรงค์สงคราม จึงได้จัดศาลาโรงธรรมในวัดนี้เป็นโรงเรียน
วันที่ 8 พฤษภาคม ร.ศ.126 (พ.ศ.2451) ได้อาราธนาพระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์
วันที่ 9 พฤษภาคม ร.ศ.126 (พ.ศ.2451) เช้าถวายภัตตาหารแล้วเปิดโรงเรียนสอนหนังสือต่อไป
จำนวนนักเรียนเมื่อวันเปิดโรงเรียน 59 คน และประทานนามโรงเรียนนี้ว่า “โรงเรียนประถมสมุหประดิษฐ์”
พระยาพิไชยรณรงค์สงครามบริจาคเงิน 36 บาท ถวายพระสงฆ์ในวันเปิดโรงเรียน ”
พระองค์เจ้าภัทรายุวดี
พระนัดดาในเจ้าพระยานิกรบดินทร์ฯ (โต)
มีจิตศรัทธาที่จะซ่อมแซมวัดที่อดีตต้นตระกูลของพระองค์สร้างไว้
โดยทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นเงิน 40,000
บาท และได้สร้างโรงเรียนขึ้น 1 หลัง กว้าง 10 เมตร ยาว 15 เมตร
พระองค์เจ้าเจริญศรีชนมายุ
พระน้องนางในพระองค์เจ้าภัทรายุวดี
ทรงมีพระหทัยอุปถัมภ์วัดจึงทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์
40,000 บาท ตั้งมูลนิธิฝากไว้ที่พระคลังข้างที่ เพื่อนำเอาดอกผล
มาบำรุงวัดและโรงเรียน ขณะนั้นโรงเรียนเปิดทำการสอน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3
ขุนประจันดรุณบาลี ศึกษาธิการจังหวัด
เห็นว่าเงินที่ทางวัดบ ารุงโรงเรียนเดือนละ 60 บาท ไม่เพียงพอ
จึงหันมาเก็บค่าเล่าเรียน ขณะนั้นโรงเรียนเปิดทำการสอน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 และมัธยมปีที่ 1-2
ยุบโรงเรียน
เดือนมกราคมเงินรายได้ไม่พอจ่าย ทางการไม่มีเงินอุดหนุน
อำมาตย์โทขุนนราภัยพิทักษ์ นายอำเภอเสาไห้จึงขอให้ยุบโรงเรียน
โรงเรียนประชาบาลตำบลสวนดอกไม้ (วัดสมุห)
ได้เปิดโรงเรียนประชาบาลตำบลสวนดอกไม้ (วัดสมุห)
ขึ้นตามคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการ
และได้ประกาศใช้ในพระราชบัญญัติประถมศึกษา
เปิดทำการสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-4
ทางราชการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียน
วันที่ 1 มกราคม ทางราชการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนจาก
“โรงเรียนประชาบาลฯ” เป็น “โรงเรียนวัดสมุหประดิษฐาราม”
ย้ายนักเรียนไปเรียนที่โรงเรียนพระปริยัติธรรม
เนื่องจากโรงเรียนสร้างมานานเกือบ 50 ปี
ชำรุดทรุดโทรมไม่ปลอดภัย พระครูสุประดิษฐ์ศีลคุณ เจ้าอาวาส
จึงได้ย้ายนักเรียนไปเรียนที่โรงเรียนพระปริยัติธรรม
คณะกรรมการศึกษาและคณะครู จึงไปขอความร่วมมือจาก
พลตรีประมาณ อดิเรกสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรีในสมัยนั้น ได้นำกฐินพระราชทานมาทอดที่วัด
ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
และได้มอบเงินสร้างโรงเรียน 20,000 บาท
จังหวัดสระบุรีจับฉลากได้ “โรงเรียนวันครู 2501”
จังหวัดสระบุรีจับฉลากได้ โรงเรียนวันครู 2501
ซึ่งได้อนุมัติสร้างที่ โรงเรียนวัดสมุหประดิษฐาราม
เป็นเรือนไม้ยาว 45 เมตร กว้าง 8 เมตร แบ่งเป็น 5 ห้องเรียน
ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 9 เมตร
เริ่มเข้าเรียนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2501
และได้เปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนวัดสมุหประดิษฐ์(วันครู 2501)
โดยใช้เลขที่ ป.ส.บ. 139
โดยประกาศขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี
ลงวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2519
สร้างห้องเรียนเพิ่มอีก 1 ห้อง
ได้รับงบประมาณจาก ปช.รต. สร้างห้องเรียนเพิ่มอีก 1 ห้อง
จำนวนเงิน 67,000 บาท
ต่อเติมอาคารเรียนเพิ่มอีก 3 ห้องเรียน
ได้รับงบประมาณจาก พป.ชต. ตำบลสวนดอกไม้
ให้ต่อเติมอาคารเรียนขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 9 เมตร
3 ห้องเรียน เป็นเงิน 290,000 บาท
ต่อเติมอาคารเรียน 1 ห้อง
ได้งบประมาณต่อเติมอาคารเรียน 1 ห้อง โดยใช้งบพัฒนาจังหวัดเป็นเงิน 158,000 บาท และได้รับงบกลางต่อเติมอาคารเรียน
อีก 2 ห้อง เป็นเงิน 290,000 บาท สร้างเสร็จเมื่อวันที่
15 มีนาคม 2524
ก่อสร้างอาคารเรียน สปช. 104/26 หลังที่ 1
ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน สปช. 104/26
จำนวน 4 ห้องเรียน เป็นเงิน 2,343,000 บาท
ก่อสร้างอาคารเรียน สปช. 104/26 หลังที่ 2
ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน สปช. 104/26
จำนวน 4 ห้องเรียน เป็นเงิน 2,240,000 บาท
ก่อสร้างอาคารเรียนอนุบาล
ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนอนุบาล 2 ห้องเรียน
เป็นเงิน 2,608,400 บาท
